เปิดบริการทุกวัน
เวลาทำการ 10:30- 20:00 น.
    Call Center 086 883 0777
Email: contact@netanart.com
    สาขา Q-House
สาขา แจ้งวัฒนะ

 

<< บทความทั้งหมด

เหล็กเสื่อมเพราะสนิมใน

วิชาชีพแพทย์นี่แปลก คือมีดีในตัวและคงทนต่ออุปสรรคมานานพอควร แต่มักมีสนิมเกิดขึ้นง่ายและบ่อย แต่ถึงอย่างไรก็ไม่ผุกร่อนไป และผมก็ยังเชื่อว่าไม่มีทางจะผุกร่อนไปง่ายๆ เพราะมีประชาชนเป็นผู้คอยช่วยชี้และขจัดสนิมอยู่เสมอ

งง ไม่รู้หมอสมนึก เขียนอะไร คือว่า พอดีมีเรื่องใหม่หมาดๆที่ได้ประสบในการประชุมในสัปดาห์นี้ คือระหว่างวันที่ 12-15 กรกฎาคม 2552 ที่ Siam Intercontinental ได้พบได้เจอเพื่อนแพทย์มากหน้าหลายตา และได้ยินเขาเสวนากันบนโต๊ะอาหารบ้าง ในห้องประชุมบ้าง แล้วสะกิดใจทำให้นึกถึงเรื่องตอนสมัยเป็นแพทย์ฝึกหัดเฉพาะทางด้านผิวหนัง ที่ มหาวิทยาลัย Cincinnati USA. อดใจไม่ไหวเลยต้องมาเขียนให้อ่านกัน

ตอนผมเรียนมีแพทย์ผิวหนังในเมืองที่ผมเรียนอยู่อาสามาช่วยคุมการอ่านบทความวิชาการกับเรา หมอท่านนี้มีชื่อเรียกกันง่ายๆว่า Dr. Marr ดูเขาเป็นคนเรียบร้อยดี ฉลาดเหมือนฝรั่งทั่วไป ไม่ค่อยแสดงความคิดเห็นมากนัก นุ่มๆ ผมก็ว่าดีได้พบกัน 2 สัปดาห์หน มาสะกิดใจเมื่อผมผ่านการอบรมไปหน่วยอ่านชิ้นเนื้อ ที่เราอ่านกันวันละกว่า 200 ชิ้นเนื้อ มีชิ้นเนื้อที่ถูกส่งมาจากคลินิกของ Dr. Marr มากที่สุด แต่ที่น่าแปลกก็คือเกือบร้อยละ 90 ผลการอ่านชิ้นเนื้อคือ ติ่งเนื้อกับไฝธรรมดา ซึ่งตลอดระยะเวลา เกือบ 4 ปีที่ผมทำงานอยู่ที่นั้น (ยกเว้นปีที่ 5 ที่ผมต้องทำวิจัยทั้งปี เลยไม่ได้ผ่านไปหน่วยอ่านชิ้นเนื้อเหมือนปีก่อนๆ) ชิ้นเนื้อของ Dr. Marr ก็เหมือนเดิม ผมก็ไม่ค่อยเข้าใจว่าตัดไปทำไม เพราะเวลาอ่านชิ้นเนื้อพวกนี้ใช้เวลาไม่ถึง เสี้ยววินาที แต่ต่อมาภายหลังไม่นานก็เข้าใจ เขาหาเงินง่ายๆด้วยวิธีนี้เอง อาศัยชื่อเสียงมหาวิทยาลัยเพราะเข้านอกออกในได้ทุกสัปดาห์  สามารถสร้างภาพได้ดีกว่าแพทย์ท่านอื่นที่ทำงานอยู่ในเมืองนั้นอย่างทุ่มเทและมีเกียรติ  Dr. Marrไม่ได้สนใจวิชาการอะไร แค่ตัดติ่งเนื้อกับไฝตรวจ ชิ้นละ 250 เหรียญเมื่อ 20 ปีที่แล้วก็ได้วันละไม่ต่ำกว่า 5000 เหรียญ แล้ว คิดง่ายๆก็คือได้เดือนละ แสนเหรียญเหนาะๆ ที่เล่านี่ก็เพราะเมืองไทยเรานี้ก็มี Dr. Marr. เต็มไปหมด (ไม่ได้ตัดชิ้นเนื้อแต่เอาแสงอะไรไม่รู้ยิงๆที่หน้าแล้วก็ทายาที่มีสเตียรอยด์ให้ผ่องๆก็ได้เงินเหมือนกัน)

เรื่องที่สองก็คือ เรื่องตอนผมอยู่ในวัยเด็ก อยู่ต่างจังหวัดคุณพ่อมีรถบรรทุกวิ่งส่งข้าวสาร บางครั้งยางรถยนต์สึก ต้องมีการเปลี่ยนยาง แต่จะมียางอยู่ชนิดหนึ่งเขาเรียกว่า ยางหล่อดอก หมายถึงยางที่ดอกยางหมดแล้ว แล้วเขารับซื้อไปคว้านหน้ายางออกเสียใหม่ให้มีดอกจะได้เกาะถนนได้อีกสักพัก ราคาถูกกว่ายางเส้นใหม่ๆมาก ผมก็ทราบว่าเขาทำกันอย่างไร เพราะใกล้ๆบ้านเขาก็หล่อดอกยางกัน ที่ตลกและอดนึกตอนนี้ขึ้นมาไม่ได้ เพราะ ตอนเด็กๆ ผมได้ยินคนขายยางมักจะเชียร์ ให้คนซื้อ ยางหล่อดอกยางใหม่เพราะมันถูกกว่า แต่ไม่เคยได้ยินเขาอวดสรรพคุณว่าดีกว่ายางใหม่เลย แต่เพื่อแพทย์ของผมหลายคนกลับอวดว่าเครื่องมือแพทย์ที่เลียนแบบ ของจริงเช่นเลียนแบบ Fraxel หรือ Thermage นั้นดีกว่า ทั้งให้ผลดีกว่า และสามารถทำกำไรได้ดีกว่าด้วยก็เพราะเขาคิดค่ารักษาพยาบาลด้วยเครื่องเหล่านี้แพงเท่าๆกับเครื่องต้นแบบเลย ที่อดคิดไม่ได้ ก็เพราะเพื่อนผมเหล่านี้น่าจะเป็นลูกหลานคนขายยางหล่อดอกที่พัฒนากลายพันธ์มาหรือเปล่าก็ไม่รู้

ในใจผมคิดว่าสนิมเหล่านี้ไม่นานก็คงโดนประชาชนช่วยขัดออกไป แต่บางครั้งก็อดหวั่นใจไม่ได้ว่า จะแน่ใจได้อย่างไร เพราะหากคนขัดสนิมก็เริ่มตาบอดสี เพราะหลงภาพลวงตามากขึ้นทุกที หรือคนที่ขัดเป็นก็อาจจะเบื่อๆ เพราะตัวเหล็กเอง กลับปล่อยให้ตัวเป็นสนิมอยู่เรื่อย

ผมเองยังไม่อยากให้ลูกที่กำลังเรียนแพทย์อยู่ที่ Duke University เป็นแพทย์ผิวหนังเลย อยากให้เขาเป็นแพทย์ที่ทำงานโดยอาศัยความจริงที่เพื่อนร่วมงานชื่นชมหรือถ้าจะแข่งกันก็แข่งกันเก่งแบบให้คนไข้ได้ประโยชน์ดีกว่า เช่นการเป็นแพทย์ค้นคว้าวิจัยเรื่อง โรคมะเร็ง ตอนนี้ก็เห็นทุ่มเทหา Biomarker ในมะเร็งปอดอยู่ นี่จะขอ drop เพื่อทำวิจัยต่ออีกปี คนอื่นเขาอยากจบแพทย์เร็วๆแล้วหาเงิน แต่ลูกไม่บ้าอยากจบแล้วรีบหาเงินแบบ Dr. Marr.)

ผมเองหากเป็นไปตามความฝันก็อยากจะเปิดศูนย์มะเร็งผิวหนังรักษา ฝรั่งแถวภูเก็ตจะดีกว่า เบื่อหน้าคนแบบ Dr. Marr กับพวกหลอกขาย ยางหล่อดอกเต็มแก่แล้ว

<< บทความทั้งหมด

  บริการ
ผลิตภัณฑ์
ตารางแพทย์
ความรู้/บทความทางการแพทย
ติดต่อนีตนาท

Social Media

© 2019 Netanart Clinic