บทความล่าสุด
บทความยอดนิยม
บทความล่าสุด

ผิวหน้าติดสเตียรอยด์ จิตตก และตกงานได้

โดย: นพ.สมนึก อมรสิริพาณิชย์
         เรื่องนี้เป็นเรื่องเดิม เขียนมานานและรณรงค์มานานแล้วเช่นกัน แต่ก็มีคนไข้มาหาอยู่เนืองๆและมีประเด็นใหม่ๆให้ได้เรียนรู้ทำให้ต้องมาเขียนให้แฟนคลับอ่านกันอีก
       ประเด็นเรื่องที่แพทย์ควรตระหนักเพิ่มเติมก็คือ การติดสเตียรอยด์สามารถทำให้ตกงานได้ เพราะ มีคนไข้รายหนึ่งได้ใช้สเตียรอยด์โดยไม่รู้ตัวมานาน กว่าจะรู้ตัวก็ติดไปมากแล้ว และเมื่อรู้ตัวว่าติดก็พยายามหาหมอที่จะช่วยให้หายจากการติดยาให้ได้ แสวงหาความช่วยเหลือไปทั่วไปหมดทุกที่แต่กลับแย่ลงเพราะ ไม่มีใครรู้ว่าการรักษาการติดสเตียรอยด์นั้น ทำกันเป็นขั้นตอนอย่างไร ที่สุดคนไข้รายนี้ที่เป็นแอร์โฮสเตสจึงต้องถูกออกจากงานและอยู่ในสภาพตกงานมาจนได้พบผม และให้สัญญากันว่าจะทำให้หายภายในสิ้นปี 2555 นี้และหวังว่าเขาจะได้งานใหม่ภายในปีหน้า เป็นสัญญาใจกัน
       อีกประเด็นหนึ่งก็คือ กลุ่มคนไข้ที่ติดสเตียรอยด์มากว่า 20 ปี อายุเข้า 40 กว่า นั้น มักจะมีความเข้าใจว่า เขาหรือเธอต้องเป็นแบบนี้ไปตลอดชีวิต ไม่มีความคิดเลยว่าจะสามารถกลับมาเป็นปกติได้ ความคิดนี้ถูกฝั่งหัวมานาน เป็นเพราะการที่ได้ไปพบแพทย์ผู้ใหญ่มาหลายต่อหลายท่าน ได้รับ คำวินิจฉัยต่างๆนาๆ และได้รับยาหรือครีมบำรุงมากมาย ที่ผู้ป่วยเชื่ออย่างเต็ม100 ว่า อาจารย์หมอเหล่านั้น ให้ด้วยจิตที่เป็นกุศลว่าต้องการช่วยผู้ป่วยจริงๆ โดยไม่เอะใจสักนิดว่า เป็นการจ่ายยาเพื่อเหตุผลอย่างอื่นมากกว่าการรักษา ที่ไม่มีใครแม้ตัวผมเอง กล้าที่จะกล่าวหาแบบนั้นหากทราบว่า อาจารย์ผู้ใหญ่ท่านใดเป็นผู้ให้สเตียรอยด์ได้นานนมขนาดนี้ เมื่อเป็นเช่นนั้น ความคิดที่จะแสวงหาความช่วยเหลือ จึงถูกระงับหรือกดไว้ ค่อนข้างถาวรเพราะเชื่อว่าได้รับการดูแลที่ดีที่สุดแล้ว หากไม่เพราะ มีเพื่อนรักเตือนกันจริงๆ และผนวกกับความคิดที่อยากเป็นอิสระที่ฝั่งไว้ในจิตใต้สำนึกให้ลองมองหาคำตอบ เช่นการอ่านบทความใน internet และลองเดินทางมาพบผม คนไข้เช่นนี้ก็มีอยู่มาก เมื่อพบกัน คำตอบที่ว่าสามารถรักษาเขาหรือเธอให้หายได้ภายใน 3-6 เดือนจึงฟังดูเหลือเชื่อสำหรับคนเหล่านี้  ซึ่งดูเหมือน คนที่สูญเสียอิสรภาพทางความคิดไปแล้ว
       ประเด็นสุดท้ายสำหรับบทความนี้ก็คือ เด็กผู้หญิงที่ติดสเตียรอยด์ เนื่องจากแสวงหาความสวยงาม เมื่อมีอาการติดสเตียรอยด์ แล้วจะหมกมุ่นกับความไวต่อการระคายเคืองของผิวหน้าตนเอง และอายที่จะมีใบหน้าที่แพ้ง่ายอยู่อย่างนั้น จิตจะตก ร้องไห้ และมีอาการซึมเศร้า อยู่ตลอดเวลา มีอาการหวาดกลัวว่า ตนมีปมด้อย อาการเหล่านี้จะรักษาไม่หาย ในบางราย ถึงกลับต้องไปพบจิตแพทย์  ที่ไม่สามารถจะช่วยเขาได้ เพราะ สภาวะจิตตก ซึมเศร้านี้มีสาเหตุจริงจากผิวหน้าที่ระคายเคืองง่าย แดงง่าย การแก้ปัญหาด้วยจิตแพทย์จึงไม่ได้ผล แม้เมื่อมาพบผม ก็ต้องแก้ไขเรื่องจิต ความหวาดระแวง และ อาการซึมเศร้าให้ควบคู่กันไปกับการรักษา ผู้ป่วยมักจะ ย้ำคิดย้ำทำ กลัวทุกอย่างแม้จะเป็นแนวทางที่สามารถรักษาเขาให้หายได้ แต่เพราะ โดนกระทำโดยแพทย์มาเกือบหมดทุกอย่างแล้ว การพูดคุยอธิบายด้วยเหตุผล ไม่ค่อยจะได้ผล เพราะ คนไข้มีจิตที่ผูกติดกับอารมณ์ ตลอดเวลา การ provoke ให้คิดให้ได้ให้ตื่นจึงได้ผลบ้างหรืออาจจะล้มเหลว กลายเป็นว่าผมเป็นคนดุเกินไป แต่หากทำให้คนไข้หลุดจากความวิตกกังวลแบบย้ำคิดย้ำทำได้ การใช้เหตุผลต่างๆก็จะตามมา นำไปสู่การรักษาที่สมบูรณ์และทำให้หายจากการติดสเตียรอยด์ได้ อย่างถาวร
       มุมมองทั้งสามประเด็นนี้ ไม่ค่อยมีใครออกมาเขียนให้อ่านกัน สำหรับแพทย์ที่ให้สเตียรอยด์อยู่ อยากให้ตระหนักว่า ท่านกำลังทำร้ายผู้ป่วยมากมาย ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ ที่คิดว่าไม่เป็นไร เป็นเพียงการหาเงินเลี้ยงชีพที่สุจริตใครๆก็ทำกันนั้น ไม่ใช่ แต่มันร้ายแรงถึงขั้น
      1.คนไข้ของท่าน อาจจะตกงาน ถูกเลิกจ้าง 
      2.คนไข้อาจจะติดกับดักความคิดว่า เขาไม่มีทางหายจากโรคนี้ทำให้เป็นคนไม่มีอิสระทางความคิด ไม่สามารถพัฒนาศักยภาพได้เต็มที่เพื่อเป็น ทรัพยากรที่ดีของสังคม
      3.คนไข้ที่ยังเยาว์วัย จะเกิดสภาวะจิตตก เป็นโรคย้ำคิดย้ำทำ ซึมเศร้า และอ่อนแอ ซึ่งอาจจะมีผลต่อการเรียน ทำให้สูญเสียอนาคตได้
ทั้งหมดนี้ สำหรับผู้ป่วยเอง หรือ ญาติผู้ป่วยก็อย่าได้ วางใจว่า ที่คนไข้เหล่านี้ดู OK ภายนอก แต่ภายในใจเขาหรือเธอเหล่านั้น ไม่ได้มีความสุข เลย ส่วนสำหรับแพทย์ที่ตั้งใจจะรักษาคนไข้กลุ่มนี้ก็ต้องตระหนักถึงประเด็นเหล่านี้ว่า จำเป็นอย่างยิ่งที่จะได้รับการแก้ไขควบคู่ไปด้วยในการรักษาการติดสเตียรอยด์จึงจะได้ผลสมบูรณ์  หวังว่าบทความนี้คงจะเป็นประโยชน์ ไม่มากก็น้อย



สเตียรอยด์ทำร้ายผิว
ผู้ป่วยกับผู้บริโภค
ผู้บริโภคกับผู้ป่วย แตกต่างกันอย่า
นานาทัศนะ ตอน หมอสิวถ้าไม่จ่ายยาหรือกดสิวหมอจะทำอะไร
เรามาลองหาคำตอบกันนะค่ะถ้าหมอไม่ท
โรคเนื้องอกซิสต์ต่อมกลิ่นเทียบกับสิว
โรคเนื้องอกซิสต์ต่อมกลิ่นเป็นอย่า
ทำไมคนไทยถึงติดยาทาที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์กันมาก
ทำไมคนไทยถึงติดยาทาที่มีส่วนผสมขอ
การรักษาโรคเซ็บเดิร์มโดยไม่ใช้สเตียรอยด์
การรักษาโรคเซ็บเดิร์มโดยไม่ใช้สเต
 
COMMENTS

คุณหมอคะ ได้รู้จักชื่อของคุณหมอ จากเพื่อนสมาชิกเว็บไซต์พันทิปค่ะ และเป็นครั้งแรกที่ได้เข้ามาอ่านบทความที่เขียนคุณหมอมากมายจากเว็บไซต์นี้ ขอบพระคุณคุณหมอที่ได้ให้ความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคผิวหนัง ที่สำคัญคือ คุณหมอให้ "กำลังใจและความหวัง" กับคนป่วยอย่างหนู เป็นภูมิแพ้ผิวหนังมานานและใช้สเตียรอยด์มานาน เพราะไม่คิดว่าจะมีทางอื่นแล้ว เคยพยายามหยุดใช้แต่สุดท้ายพอผึ่นขึ้นหนักๆ ทนไม่ไหวก็ต้องกลับไปใช้อีก 

ทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณหมอเขียนในบทความนี้ มันใช่ทุกอย่างเลยค่ะ อย่างตัวหนูเองจะย้ำคิดย้ำทำและกลัวผื่นเห่อมาก จะไม่กล้าออกไปทำอะไรลุยๆ เพราะกลัวจะแพ้นั่นนี่ จะปาดยาลงไปซ้ำๆตรงจุดที่เป็นเพราะคิดว่าป้องกันการเห่อ กลายเป็นคนไม่กล้าแสดงออก ไม่มั่นใจในตัวเอง กลัวแดด กลัวลม กลัวฝุ่น มันเป็นอุปสรรคในการดำรงชีวิตมากค่ะ วันนี้ดีใจมากๆที่ได้อ่านบทความของคุณหมอและได้รู้จักชื่อของคุณหมอ และหนูแชร์ Link ให้กับเพื่อนด้วยค่ะ ขอบคุณคุณหมอมากค่ะ 

วันนึงหนูจะต้องไปพบคุณหมอให้ได้ค่ะ

ด้วยความเคารพ

โดย Chadchada เมื่อ 2013-10-16 15:31:23

Comment ปิดอยู่ค่ะ หากต้องการแสดงความคิดเห็นกรุณา Post ได้ที่ Netanart Facebook Page? Netanart Facebook Page


Medical Tools




การรักษา / Treatment




Articles

Contact Us




ตารางแพทย์




Products

Multimedia
Copyright © Netanart.com