เปิดบริการทุกวัน
เวลาทำการ 10:30- 20:00 น.
    Call Center 086 883 0777
Email: contact@netanart.com
    สาขา Q-House
สาขา แจ้งวัฒนะ

 

<< บทความทั้งหมด

ทำไมรักษาฝ้า กระ และรอยหมองคล้ำต่างๆยากจัง

     ความจริงการรักษาฝ้าและรอยดำต่างๆโดยอาศัยความรู้ในปัจจุบันนั้น ไม่ยากเลย แต่ที่ยากเพราะเราไปใช้ความรู้เก่าที่เข้าใจเรื่องฝ้าและรอยดำต่างๆแบบผิดๆจึงยากนั่นเองความเข้าใจเก่าๆที่ผิดเกี่ยวกับเรื่องฝ้าและรอยหมองคล้ำที่สอนกันตามตำรา มีอะไรบ้าง


     1. ไม่แยกแยะระหว่างการทำงานของเซลล์เม็ดสี ในสภาวะปกติและผิดปกติ
     2. ไม่เข้าใจเรื่องเซลล์เม็ดสี หน้าที่ของเม็ดสีที่ถูกสร้าง กับการลำเลียง oxygen ในสภาวะปกติกับผิดปกติ
     3. ไม่เข้าใจเรื่อง การเพิ่มจำนวนของเซลล์เม็ดสี ที่เป็นกระบวนการเฉพาะที่กับการเร่งสร้างเม็ดสีในสภาวะผิดปกติ เมื่อไม่เข้าใจเลยมีวิธีการรักษารอยดำต่างๆ โดย
     1. คิดแต่จะยับยั้งการสร้างม็ดสี เช่น การใช้ hydroquinone, kojic acid albutin etc.
     2. กับการหาวิธีทำลายเม็ดสี เช่นหาเลเซอร์พวก Medlite  Revlite มาใช้

     เมื่อคิดได้เท่านี้ การรักษาก็เท่านี้ตกลงคำตอบเลยยากรักษายากไม่ได้ผล แม้แต่แพทย์ที่คิดว่า รู้เรื่องเลเซอร์ดี แยกตัวออกมาต่างหาก หยุดหาความรู้เพิ่มเติมในเรื่องเซลล์เม็ดสี ที่ซับซ้อนที่สุดเรื่องหนึ่ง ก็มักจะหน้าแตกเมื่อพยายามจะรักษาฝ้า โดยคิดว่ามีเครื่องมือที่ดีที่สุดแล้ว

สิ่งที่จำเป็นคือ ต้องมาทำความเข้าใจใหม่เพื่อจะได้ทำให้มันง่ายและได้ผลจริง
     1. ต้องแยกแยะ ว่า การทำงานของเซลล์เม็ดสี เพื่อสร้างเม็ดสี นั้น ต่างกันระหว่าง สภาวะ ปกติ กับสภาวะผิดปกติที่เกิด Oxygen tension เพิ่มขึ้น
     2. เม็ดสี มีการทำงานที่สำคัญอย่างน้อย 2 อย่างเพิ่มเข้ามา กว่าแต่เดิมที่เข้าใจเพียงว่า ทำหน้าที่ป้องกัน แสงแดดไม่ให้ทำร้ายผิวในระดับนิวเคลียส
     3. ทำความเข้าใจกับกระบวนการเพิ่มเซล์เม็ดสี ว่าต่างจากการเร่งสร้างเม็ดสีในสภาวะผิดปกติ


หากทำได้ทั้ง 3 เรื่อง ก็จะสามารถรักษา ฝ้า ได้ผลถาวร สามารถป้องกัน PIH จากการทำ เลเซอร์ได้ และ สามารถใช้ Medlite Revlite เลเซอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพจริงๆในรายที่ควรใช้ และหลีกเลี่ยงในสภาวะที่ไม่ควรใช้จะทำความเข้าใจได้อย่างไรละคำตอบคือศึกษาให้มากตามหัวข้อต่อไปนี้


     1. เซลล์เม็ดสี สร้างเม็ดสี กันตั้งแต่เป็นเซลล์เดี่ยวๆ คือ sperm กับไข่แล้ว และการสร้างเม็ดสีมีก่อนที่จะเกิดระบบเส้นเลือด ( แม้แต่ เชื้อ cryptococcus neoformans ก็สร้าง melanin ได้แล้ว) ทั้งนี้เพราะ tyrosine ที่เป็นสารต้นกำเนิดของ Melanin นั้น สามารถจับ oxygen ได้เพื่อกลายสภาพเป็น melanin นั่นหมายความว่า เมื่อเป็นเม็ดสี ก็สามารถลำเลียง oxygen ได้ก่อนที่จะมีเม็ดเลือดแดงเสียอีก เมื่อมีระบบหมุนเวียนของเลือดตามเส้นเลือดแล้ว เซลล์สร้างเม็ดสี ก็ลดบทบาทลงบ้างแต่สำหรับบริเวณที่เส้นเลือดไปไม่ถึง เช่น ในก้านสมอง หรือ ผิวหนัง  เม็ดสียังคงมีความสำคัญอย่างมากในการ เป็นแหล่งให้ oxygen และ พลังงาน เหมือน เม็ด chlorophyll ของพืช ที่กลางวันจะให้อ็อกซิเจนแต่กลางคืนจะให้ CO2 เมื่อเข้าใจเช่นนี้ สีผิวจึงคล้ำในสภาวะปกติ เมื่อโดนแสง UV ทำให้เกิดการคาย oxgen ที่ผิวเพื่อให้เส้นผม และ ผิวหนังอยู่ได้แม้จะถูกตัดออกมาอยู่ภายนอก และยังเป็นแหล่งสร้างพลังงานที่มหาศาล (ในวงการพลังงาน ก็กำลังคิดทำ solar cells จาก melanin แทนที่จะใช้ silicon base)
     2. แต่ในสภวะที่มีเลือด ออกใต้ผิวหนังมาก  Oxygen tension จะสูงมาก ทำให้มีการสร้าง เม็ดสีมาก เม็ดสีที่เพิ่มมากนี้จะต้องถูกส่งไปให้เซลล์ผิวหนังอื่นๆ อย่างรวดเร็ว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการกลายในระดับ gene ในเซลล์เม็ดสี ที่ตำแหน่ง oncogene หากกระจายไม่ได้ ก็จะเป็นผลทำให้เกิด กระ ทั้ง กระแดด กระเนื้อ และกระลึก และ การเป็นไฝอีกด้วย แต่หากกระจายได้ ก็จะเป็นฝ้า หรือ PIH


สุดท้าย หากจะใช้วิธีเปรียบเทียบให้เข้าใจง่ายขึ้น ก็คือ สีผิวของเราจะอ่อนหรือเข้ม ก็เหมือนสีเขียวของใบไม้ ที่ มีอ่อนมีแก่
แต่สีที่เป็นฝ้านั้น เปรียบเสมือน สีของ ใบไม้ที่ช้ำ ซึ่ง แม้ไม่มีสีเลือด แต่ก็ทราบว่าช้ำ หลังจากนั้น จะมีสีน้ำตาลดำ เกิดขึ้น ตามมา ไม่เกี่ยวกับสีเขียวเลย ดังนั้น หากเข้าใจแล้ว การเอาวิธียับยั้งหรือทำลายเม็ด สีเขียว มารักษา สีน้ำตาลดำ จากการช้ำ ก็มักจะไม่ได้ผล นอกจากนั้น อาจจะทำให้ช้ำดำมากขึ้นไปอีกครับ

 

<< บทความทั้งหมด

  บริการ
ผลิตภัณฑ์
ตารางแพทย์
ความรู้/บทความทางการแพทย
ติดต่อนีตนาท

Social Media

© 2019 Netanart Clinic