เปิดบริการทุกวัน
เวลาทำการ 10:30- 20:00 น.
    Call Center 086 883 0777
Email: contact@netanart.com
    สาขา Q-House
สาขา แจ้งวัฒนะ

 

<< บทความทั้งหมด

ความเสื่อม ความหมดอายุของ วิชาแพทย์

     ไม่มีใครปฏิเสธว่า อย. หรือ องค์การอาหารและยา ไม่ว่าของประเทศ ใด รวมทั้งประเทศไทย มีงานหลักอันหนึ่งคือ การกำหนดวันหมดอายุ ของยาและอาหารที่เราบริโภคกัน
 
คำถามสำหรับบทความนี้คือ
     ความเสื่อมหรือความหมดอายุของวิชาแพทย์โดยเฉพาะ ในเรื่องการให้บริการรักษาโรคผิวหนัง การบริโภคความงาม และการปฏิบัติตัวที่คนไข้คาดว่าเป็นเรื่องปกติ ที่จะไม่ก่อให้เกิดปัญหาใดๆฟังยากนะครับ แต่มีประโยชน์ ลองติดตามอ่านต่ออีกหน่อยนะครับ
เวลาเราไปพบแพทย์ เมื่อได้คำวินิจฉัยโรค เราก็จะได้รับยาไม่ว่ายากิน ยาทาหรือยาฉีด
 ที่กังวลกันคือ ยาหมดอายุหรือยัง ที่น่าสนใจกว่านั้น คือ ความเชื่อในวิธีการรักษาโรคแบบนั้น มันล้าสมัย หรือ พบว่าทำให้เกิดผลข้างเคียงเกินที่จะรับได้หรือไม่
 
ในเรื่องโรคผิวหนังที่ชัดเจนที่สุดคือ การใช้สเตียรอยด์กันอย่างพร่ำเพรื่อ จนปัจจุบันมีความเชื่อและลงความเห็นกันเป็นที่แพร่หลายในหมู่ผู้ป่วยโรคผิวหนัง ว่าแพทย์ผิวหนังที่เคยไปรับการรักษามานั้น หมดสภาพ คือ เสื่อมจนน่าจะกล่าวได้ว่า หมดอายุงานแล้ว เพียงแต่ไม่มีหน่วยงานใดที่มีอำนาจพอที่จะไปปลดออก หรือ สั่งห้ามนำมาใช้ (ไม่ใช่ตัวยาครับแต่เป็นการ สั่งห้ามหมอไม่ให้ปฏิบัติงานครับ) สมาคมแพทย์ผิวหนังและ โรงเรียนแพทย์น่าจะต้องตระหนักถึงความรู้สึกนี้ และหาทางแก้ไข
 
ในกรณีนี้สังเกตได้ว่า แม้แต่แพทย์ที่กำลังเรียนผิวหนังอยู่ หรือ เป็นแพทย์ที่ยังมีอาวุโสน้อย เมื่อพบคนไข้กลุ่มที่เป็นโรคเรื้อรังต่างๆ ก็หมดสภาพเบื่อที่จะพบ และ ไม่มีกระบวนการอะไรในการรักษา นอกจากให้ไปรับยาสเตียรอยด์เพิ่มเติม ทำอย่างนี้ทุกวัน แพทย์ก็หมดความสุข ตระหนักรู้ได้ด้วยตนเองว่า หมดสภาพแล้ว ชีวิตการงานในฝัน ความจริงน่าเบื่อมากๆเลย เพราะ ไม่ได้ทำประโยชน์ให้ใครได้เลย ต้องหนีหน้าไม่สบตาคนไข้ ไปวันๆ
 
แพทย์ที่หมดสภาพเหล่านี้ก็ผันตัวไปดูแลเรื่องความงาม มีแพทย์ผิวหนังหลายต่อหลายท่านที่ขณะนี้มีชื่อเสียง ขออนุญาตไม่กล่าวนาม ต่างก็ดูแลแต่เรื่องความงาม ทำ Botox Filler laser etc. หากถามเรื่องผิวหนัง คงลืมไปหมดแล้ว บางท่านยังรักษาอยู่บ้างแต่ก็ไม่จริงจัง แต่บางท่านเลิกรับรักษาไปเลย แต่แปลกก็คือ หากรับรักษาสิว ฝ้าหรือ ความงามแล้วเกิดการอักเสบ ก็กลับมาในรูปเดิมคือ ใช้ สเตียรอยด์ มีเพื่อนผมคนหนึ่งธรรมะธรรมโม มาก แต่เขาไม่รู้ตัวว่าเขา สร้างบาป ทุกวันเพราะทำให้คนไข้ติดสเตียรอยด์มากมายที่สุด แพทย์ที่หนีมาดูแลความงามเหล่านี้ก็จะถึงจุดเสื่อมเหมือนกัน แต่ ต้องรออีกสักพัก เพราะกำลังสนุกกับการนับเงินอยู่
 
ว่ากล่าวเพื่อนแพทย์ไม่เกรงใจมาพอแล้ว ลองหันมาดูผู้ป่วยบ้าง ขณะที่กำลังเขียนอยู่นี่ ก็มีคนไข้เข้ามาหาคนหนึ่ง เป็น Recurrent Erythema  Annulare Centrifugum ซักประวัติดู สรุปได้ว่า นอกจากรักษาแบบเดิม ด้วย Vbeam ให้หายแล้ว อยากให้ คนไข้ลองหยุด ยาคุมที่รับประทานกันมานานกว่า 7 ปี (คนไข้ส่วนใหญ่จะเห็นว่าเรื่องที่ทำซ้ำมานานน่าจะเป็นเรื่องปกติ  จนไม่เคยคิดว่า สิ่งที่ทำอยู่นั้นเป็นปัญหา) ผมเลยแชร์ บทความนี้ให้อ่าน ทั้งๆที่เพิ่งจะเขียนไปได้ เพียงย่อหน้าเดียว เธอก็เห็นด้วย ว่า อาจจะถึงเวลาที่การคุมกำเนิดแบบที่ทานยาคุมอยู่เป็นปกติประจำนี้อาจจะถึงเวลา เลิก คือ มันเสื่อมมันหมดอายุแล้ว ใช้ไม่ได้ อีก เห็นไหมครับว่า ทุกอย่างที่เราคิดว่า เป็นปกติ นั้น ไม่แน่หรอกครับว่าความจริงแล้วเป็นตัวปัญหา
 
ดังนั้น เลิกใช้ สเตียรอยด์ หรือ ยุให้ผู้ป่วยบริโภคความงามโดยการทำ ทรีทเม้นท์ กันพร่ำเพรื่อ เถอะครับ เพราะอาจจะไม่ปลอดภัยหรือ เกิดประโยชน์พอ วิธีการเหล่านั้นอาจจะหมดอายุแล้ว หากไม่เลิก ความเป็นแพทย์ของคุณเองนั่นแหละจะหมดอายุ 
 

<< บทความทั้งหมด

  บริการ
ผลิตภัณฑ์
ตารางแพทย์
ความรู้/บทความทางการแพทย
ติดต่อนีตนาท

Social Media

© 2019 Netanart Clinic